ลาซิโอ คว้า “ซาร์รี” นั่งที่ปรึกษาคนใหม่

ลาซิโอ ได้ที่ปรึกษาใหม่แล้วด้วยการดึง เมาริซิโอ ซาร์รี อดีตกาลที่ปรึกษาของ ยูเวนตุส เข้ามารับตำแหน่ง พร้อมมอบสัญญายาว 2 ปี

ลาซิโอ เปิดตัว เมาริซิ ซาร์รี กุนซืคนใหม่ โดยมีการเซ็นสัญญาคุมกลุ่มระยะเวลาสองปีกันไปเป็นระเบียบแล้ว

ที่ปรึกษาวัย 62 ปีย้ายมาอยู่กับ ลาซิโอ ให้หลัง ซิโมเน อินซากี ออกมาจากตำแหน่งเพื่อไปรับงานคุม อินเตอร์ มิลาน ต่อจาก อันโตนิโอ คอนเต้

ซาร์รี ไม่มีงานทำมานับตั้งแต่โดน ยูเวนเหม็นตุส ให้ออกจากตำแหน่งในสิงหาคม 2020 จากที่ไม่เข้ารอบ 16 กลุ่มสุดท้ายในแชมเปียนส์ลีก

ก่อนหน้านั้น ซาร์รี ผ่านการควบคุมมาหลายสมาคมในลีกข้างล่างๆก่อนจะก้าวขึ้นมาสู่เซเรีย อาด้วยการพา เอ็มโปลี เลื่อนชั้นในปี 2014 แล้วก็ช่วยทำให้กลุ่มรอดพ้นจากการตกชั้นกระทั่งทำให้เขาได้คุม นาโปลี

เขาพาให้ นาโปลี มีลุ้นแชมป์ลีกในช่วงฤดูกาลแรกที่คุมและก็เฉียดจะได้แชมป์ในซีซั่น 2017-18 แต่ว่าโดน ยูเวนตุส เบียดคว้าแชมป์ไปแค่เพียง 4 แต้มแค่นั้น

สุดท้าย ซาร์รี เก็บของใช้ของสอยย้ายไปคุม เชลซี ในซัมเมอร์นั้นและก็พาทีมจบในอันดับ 3 ของตารางรวมทั้งคว้าแชมป์ยูโรปาลีก

ผู้ฝึกสอนชาวอิตาลีจบลงด้วยการย้ายกลับสู่อิตาลีเพื่อคุม “ม้าลาย” และก็คว้าแชมป์เซเรีย อา เสร็จ รวมทั้งเข้าชิงโคปาอิตาเลีย

5 ดาวรุ่ง” น่าเฝ้าดูในยูโร 2020 คราวนี้

ประเทศชั้นแนวหน้าของยุโรปกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการขั้นท้ายสุดก่อนที่ทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2020 จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 เดือนมิถุนายน

นี่จะเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันชิงชัยที่แน่นไปด้วยผู้เล่นโด่งดังเยอะแยะจากมากมายลีกทั่วทั้งทวีป และน่าเชื่อเลยว่าแต่ละคนต่างก็จะมานะกันอย่างเต็มที่เพื่อนำการบรรลุผลมาสู่ชาติของตน

นอกจากเหล่าผู้เล่นระดับสตาร์และจากนั้นก็มักจะมีผู้เล่นดาวรุ่งหลายชิ้นที่สร้างชื่อได้จากทัวร์นาเมนต์ระดับประเทศแบบนี้

ซึ่งในยูโร 2020 ที่กำลังจะมาถึง เราจึงขอถือมาสัก 5 ชื่อให้ผู้อ่านได้รอคอยเฝ้ายลฝีเท้าของพวกเขากัน ว่าแต่ละคนหากจำเป็นต้องพบแรงกกดดันทั้งจากคู่ปรปักษ์และจากผู้เล่นซีเนียร์รอบตัวแล้ว พวกเขาจะเจิดจรัสกันได้สักเพียงไหนเชียว?

ฟิล โฟเดน
เหมือนเคย อังกฤษ จะเริ่มต้นการแข่งขันชิงชัยในฐานะตัวเก็งครองแชมป์รายการนี้โดยที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต มีตัวเลือกในแนวรุกให้เลือกใช้อย่างเต็มที่เพื่อหวังจะจบ 55 ปีแห่งการรอคอยการบรรลุผลในทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ฟิล โฟเดน มีฤดูที่ไม่เลวเลยกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาจะได้ประสานงานกับผู้เล่นที่อยู่ในคลาสเดียวกันอย่าง เจดอน ซานโช และ เมสัน เมาต์ ในเวลาที่มี แฮร์รี เคน คอยรอจบสกอร์ให้อยู่ด้านหน้าคงจะช่วยยกฐานะฝีเท้าของเขาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

โฟเดน เคยได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของรายการฟุตบอลโลก U17 เมื่อ 4 ปีก่อนมาแล้ว และขณะนี้เขาก็กำลังเตรียมพร้อมสำหรับทัวร์นาเมนต์ใหญ่หนแรกของตน หลังจากได้ช่องเดบิวต์กลุ่มชาติไปเมื่อก.ย.ปีก่อน

จอมบุกวัย 21 ปีทำเป็น 2 ประตู จาก 6 นัดที่ลงเล่นในระดับประเทศ โดยทั้ง 2 ลูกเกิดขึ้นในเกมกับไอซ์แลนด์ เมื่อสิ้นปีที่แล้วที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างดียิ่ง


จามาล มูเซียลา
ดาวรุ่งของ บาเยิร์น มิวนิค เป็นผู้แทนของกลุ่มชาติอังกฤษในกลุ่มวัยต่างๆตลอดมา ก่อนที่จะเลือกย้ายไปเล่นให้กับเยอรมนีแทน ข้างหลังมีฤดูที่ผ่องใสในบุนเดสลีกา

นักเตะวัย 18 ปีรายนี้แปลงเป็นผู้เล่นในลีกที่อายุต่ำที่สุดที่ลงเล่นให้กับบาเยิร์น มิวนิค โดยยิงไป 7 ประตูจากทุกรายการและมีส่วนช่วยต้นสังกัดคุ้มครองปกป้องแชมป์เอาไว้ได้อีกปี

แข้งวัยทีนคนนี้มีพรสวรรค์ด้านเทคนิคและความคล่องตัวเยี่ยม แถมยังสามารถลงเล่นในตำแหน่งที่มากมายอีกด้วย เราไม่บางทีอาจคาดเดาได้ว่า โยอาคิม เลิฟ จะใช้งานเขามากน้อยแค่ไหน แต่ว่าเชื่อเถอะว่าทั่วโลกกำลังจับตามองเขาอยู่อย่างแน่แท้


เปดรี
สตาร์คนใหม่อีกรายที่เปิดตัวในระดับประเทศเมื่อช่วงพักเบรกกลุ่มชาติในมีนาคม เปดรี สร้างความคาดหมายไว้เป็นอย่างมากข้างหลังแจ้งกำเนิดได้อย่างสุดกำลังให้กับบาร์เซโลนา

นักเตะวัย 18 ปีรายนี้ย้ายมาจาก ลาส พัลมาส เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว โดยเขาสามารถก้าวเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของสมาพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างสบายๆแบบไม่น่าเชื่อ

เปดรี ไม่เพียงแค่ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันเป็นอย่างมากของเขาเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังควบคุมเกมด้วยความนิ่งเกินความสามารถจำพวกที่ไม่ค่อยมองเห็นมากสักเท่าไรนักในผู้เล่นวัยเดียวกัน


ไรอัน กราเวนเบิร์ช
ฮอลแลนด์ ตระเตรียมหวนคืนสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อฟุตบอลโลก 2014 พร้อมกับกลุ่มที่แน่นไปด้วยผู้เล่นเลือดใหม่จำนวนมากภายใต้การนำของ แฟรงค์ เดอ บัวร์

ไล่ไปตั้งแต่ มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์, เฟรงกี เดอ ยอง และปัจจุบันกับ ไรอัน กราเวนเบิร์ช แข้งดาวรุ่งจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่มักจะถูกยกไปเปรียบเทียบกับ พอล ป็อกบา อยู่ตลอด ทั้งในแง่ของความแข็งแกร่งของร่างกายและความสามารถสำหรับการเล่นที่มากมาย

ดาวรุ่งแห่งปีของเอเรดิวิซี ทำไป 3 ประตูและ 5 แอสซิสต์จากการลงเล่น 32 นัดในลีกชาวฮอลแลนด์ และกลายเป็นเป้าสายตาของหายกลุ่มยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป


เดยันคูลูเซฟสกี
แข้งราคา 35 ล้านยูโรที่ย้ายมาจากอตาลันตาเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วเป็นเยี่ยมเรื่องดีๆไม่กี่ประการจากฤดูที่น่าผิดหวังของยูเวนตุๆส

ปีกตัวจี๊ดชาวสวีเดนมีดีกรีเป็นถึงดาวรุ่งยอดเยี่ยมของลีกเมื่อฤดูที่แล้วและยังคงรักษาฟอร์มการเล่นของตนไว้ได้โดยตลอดจนกระทั่งมาถึงฤดูนี้ เขาทำเป็น 7 ประตูจากทุกการแข่งขันชิงชัย โดยหนึ่งในนั้นเป็นการยิงใส่กลุ่มเก่าในรอบชิงชนะเลิศโคปขว้าง อิตาเลีย เสียด้วย

คูลูเซฟสกี เล่นได้มากมายตำแหน่งในเกมรุก ประกอบกับความขยันและแนวทางสำหรับการปั้นเกมที่ทำเป็นทั้งการเปิดบอลอย่างเที่ยงตรงไปจนถึงการเลี้ยงหลบผู้เล่นแนวรับเป็นประจำ

ไม่ธรรมดา! สื่อเผย “จอร์จิน่า” หวานใจ “โรนัลโด้” รับทรัพย์สมบัติอื้อ

จอร์จิน่า โรดริเกวซ เมียสาวคนสวยของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์หน้าตัวเก่งของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส สมาพันธ์ดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ถูก เดอะซัน สื่อจอมเปิดเผยของเกาะอังกฤษ เปิดเผยว่าคุณมีรายได้จากการโพสต์ภาพลงในโลกโซเชียลผ่านอินสตาเอ็งรม มากถึง 29,587 ปอนด์ (โดยประมาณ 1.1 ล้านบาท) ต่อการโฆษณาผลิตภัณฑ์ 1 ครั้ง


โดย อินสตาเอ็งรมของแฟนสาวยอดแข้งซุปตาร์ มียอดผู้ติดตามมากถึง 14.5 ล้านคน รวมทั้งถือเป็นช่องทางในการโฆษณาตัวผลิตภัณฑ์ได้อย่างดีเยี่ยม เหตุเพราะทุกโพสต์จะมีคนรักๆมาแห่กดไลค์กันมากมาย

อย่างไรก็ดีค่าดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นยังนับว่าเป็นรอง ชากิร่า เมียสาวของ เคราร์ด ปิเก้ ปราการหลัง บาร์เซโลน่า รวมทั้ง วิคตอเรีย เมียของ เดวิด เบ็คแฮม อดีตกาลนักฟุตบอลซูเปอร์สตาร์ แบบไม่เห็นฝุ่น


สำหรับ ม่าม้าวัย 25 ปี กำเนิดรวมทั้งโตที่ประเทศสเปน ซึ่งคุณเคยดำเนินการด้านแฟชั่น ก่อนคบค้าสมาคมกับแข้งดัง รวมทั้งมีลูกด้วยกัน 1 คนเมื่อปี 2016 ก่อนหน้านี้ชื่อว่า อลาน่า มาร์ติน่า ยิ่งไปกว่านี้คุณยังรับหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงให้กับลูกๆอีก 3 คนของ ศูนย์หน้าหมายเลข 7 แห่งทัพฝอยทอง

OnThisDay 6 มิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกครั้ง ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของประเทศสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักภายในฤดูกาลเดียวกัน ทั้งลาลีกา, โคปา เดล เรย์ แล้วก็ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในซีซั่นเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆแต่บาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การควบคุมกลุ่มของ หลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตนักเตะบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มของเป๊ปนั่นเอง

ในฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมกลุ่มบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก แล้วก็ได้เสริมกองทัพศูนย์หน้ามีชื่อเสียงอย่างหฝ่าส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ แล้วก็ลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ผสานแผงหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับซีซั่นแรกของเอ็นริเก้ การันตีคว้าแชมป์ลาลีกาก่อนลงเตะนัดหมายในที่สุด หลังจากนั้นก็คว้าแชมป์วัวขว้าง เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลติก ใบเสร็จรับเงินเบา แล้วก็ยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 เดือนมิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดหมายชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับยูเวนเหม็นตุส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกครั้ง

อิวาน ราคิติช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แต่ในตอนช่วงหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนเหม็นตุส ก่อนที่ซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกครั้ง แล้วก็เนย์มาร์ ก็ทำแต้มจบท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนเหม็นตุส 3 – 1
บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 แล้วก็เป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เท่ากันกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีกลาย หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 หน


แน่ๆว่า ผู้ที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15 นั่นเป็น 3 แผงหน้า “MSN” ที่ยิงประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในฤดูกาลถัดมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงยิงประตูถล่มทลายตลอด โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมคุ้มครองปกป้องแชมป์ลาลีกา แล้วก็โคปาเดล เรย์ รวมทั้งคว้าแชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ แล้วก็สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับเพื่อการชิงชัยบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป นอกเหนือจากตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยให้ความสนใจเยอะที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มนี้ จะต้องพูดว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่มีโอกาสครอบครองรางวัลที่เกียรตินี้ไปครอบครอง วันนี้พวกเราจึงต้องการพานักอ่านทุกคนลองไปดูกันว่าในแต่ละกรุ๊ปพอจะมีคนไหนกันแน่ที่เข้าตากันบ้าง

กรุ๊ป A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาสิโอดูจะมีโอกาสอยู่พอควร เหมือนกันกับ ลอเรนโซ อินสิเญ ดาวยิงจากที่นาโปลีที่ยิงถล่มทลายในซีซั่นก่อนหน้านี้
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความมุ่งหวัง แต่ก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของหงส์แดงเองก็ชอบทำเจริญสำหรับเพื่อการรับใช้กองทัพเช่นกัน
ประเทศตุรกี : อาจจะจะต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสฤดูปัจจุบันอย่าง ยูซุฟ ยาสิซี ที่ทำไป 14 ประตูแล้วก็ บูรัค ยิลมาซ ดาวยิงตัวเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดซีซั่นก่อนหน้านี้
เวลส์ : คงจะเป็นคนไหนกันแน่ไปไม่ได้นอกเหนือจากความมุ่งหวังอันสูงสุดของประเทศอย่าง แกเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูเหมือนจะร้อนแรงขึ้นมาน้อย หลังจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้านี้

กรุ๊ป B


เบลเยียม : ปีนี้อาจจะจะต้องจับตามองไปที่ โรเมลู ลูกากู ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นอันดับแรก แต่ก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้กระทั้ง คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : จะต้องพูดว่าปีนี้ดูเหมือนจะไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างโดดเด่น แต่สำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุยงสซุฟ โพลเซน จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์ซิกข์ แล้วก็ คาสเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็พอจะเป็นตัวความมุ่งหวังสำหรับเพื่อการถล่มประตูได้อยู่บ้าง ไหมแน่ คริสเตียน เอริกเซน ดาวยิงสูงสุดประจำกลุ่มบางทีอาจจะคืนฟอร์มเก่งแบกกลุ่มในยูโรคราวนี้ก็เป็นได้
ฟินแลนด์ : น่าจับตามอง 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช สิตี้ ไปถึง 26 ประตู แล้วก็ มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้เสร็จ
รัสเซีย : ยังคงจะต้องหวังพึ่งหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีให้หลัง แต่ พอจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานเจริญกับสปาร์ตัก มอสโก รวมถึง 2 เพลย์เมกเกอร์อย่าง อเล็ก ไม่รันชุค จากอตาลันตา แล้วก็ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปไม่ได้เช่นกัน

กรุ๊ป C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้จะต้องพูดว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีมากมายอีกทั้ง เมมฟิส เดปาย ตัวความมุ่งหวังลำดับแรกๆ, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ แนวรุกจากเฟเยนูร์ด แล้วก็ วูท เวกฮอร์สต์ ดาวยิงจากโอ้อวดล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความมุ่งหวังในดินแดนหน้าปีนี้คงจะเป็น ซาซา คาลาจ์ดสิช หัวหอกเนื้อหอมจากสตุตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในซีซั่นก่อน รวมถึงมีตัวรุกอย่าง คริสโคนฟ บวมการ์ทเนอร์ แล้วก็ มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ซึ่งสามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรคราวนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ประสานที่น่าสะพรึงกลัวอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ดาวยิงจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา แล้วก็ที่ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดเลยคือ วิคโคนร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาสิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกตัวเก๋าที่ดังในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่ถึงแม้ปัจจุบันนี้ในวัย 37 ปี แต่ก็ยังคงค้าหน้าแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังทำประตูได้อย่างต่อเนื่องอีกต่างหาก

กรุ๊ป D


อังกฤษ : แน่ๆว่าดาวยิงลำดับแรกๆอาจจะจะต้องฝากความมุ่งหวังไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน แล้วก็มาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง แจ็ค กรีลิช หรือแม้กระทั้งหัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็พอจะมีลุ้นอยู่บ้างเช่นกันหากสามารถชนะใจ แกเร็ธ เซาธ์เกต แล้วก็ยึดตำแหน่งตัวจริงมาครอบครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกหนปัจจุบันยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน แล้วก็ นิโกลา วลาสิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความมุ่งหวังในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : สมาชิกใหม่หน้าเก่านำกองทัพโดย เช อดัมส์ แนวรุกจากเซาธ์หมูแฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้คือ แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน แล้วก็ดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่ตกเป็นข่าวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

กรุ๊ป E


สเปน : กองทัพกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนในกลุ่มชุดนี้คือ อัลบาโร โมราตา จากยูเวนตุส แล้วก็ หนวดเคราร์ด โมเรโน ดาวยิงจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มปัจจุบัน ส่วนที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียจำนวนมาก ที่พอจะเป็นได้ก็อาทิเช่น เฟร์รัน โคนร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, ไม่เกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา แล้วก็ ดานี โอลโม จากเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์ซิกข์
ประเทศโปแลนด์ : จะเป็นคนไหนกันแน่ไปไม่ได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทวดาอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ดาวยิงสูงสุดประจำกลุ่ม รวมถึง อาร์คาดิอุสซ์ ไม่ลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
สวีเดน : ถึงแม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวแบกอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แต่พวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าดึงดูดอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ดาวยิงจากเรอัล โซเซียดาด แล้วก็ จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมถึงมีตัวรุกมีชื่ออีกทั้ง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์ซิกข์ แล้วก็ เดกระทั่งถึง คูลูเซฟสกี ของยูเวนตุสเป็นอันมากหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่เกือบ 100%โดยมีตัวความมุ่งหวังในดินแดนหน้าคือ อิวาน แก่นซ์ จากยาโบลเนช แล้วก็ ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี โคโลญจน์

กรุ๊ป F


ประเทศฝรั่งเศส : 2 ตัวความมุ่งหวังอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวคราวก่อน แล้วก็แน่ๆ คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดแนวรุกจากกรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ พวกเขายังมี คาขอบ เบนเซมา แล้วก็ วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่มีโอกาสถล่มประตูในศึกยูโรคราวนี้ได้เช่นกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของกองทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าแปรไปพอควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ แล้วก็ เควิน โฟลลันด์ เป็นลู่ทางในตำแหน่งเลข 9 ส่วนตัวรุกคนอื่นที่น่าดึงดูดก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 หน้าแข้งจากบาเยิร์น มิวนิค แล้วก็ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในพักหลัง
ประเทศโปรตุเกส : แน่ๆผู้ที่มีลุ้นเยอะที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ดาวยิงสูงสุดในรายการนี้ รวมถึง อังเดร สิลวา แนวรุกฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากหงส์แดง รวมถึงสมาชิกใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยเช่นกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความมุ่งหวังพร้อมทั้งแนวรุกรุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่คงจะมีผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้

“เทรนท์” ถอนตัวกลุ่มชาติอังกฤษข้างหลังเดี้ยง คาดพัก 6 อาทิตย์

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ปราการหลังจาก หงส์แดง จะต้องถอนตัวออกมาจากกลุ่มชาติอังกฤษภายหลังจากได้รับบาดเจ็บกล้ามฉีกขาดในเกมฝึกซ้อมที่พบกับ ออสเตรีย เมื่อวันพุธก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก หงส์แดงเอ็คโคhttp://geekgirlsnightout.com/membership/members/lovepoker168/profile/

แบ็คขวาวัย 22 ปีได้รับช่องทางให้ลงสนาสมเป็นตัวจริงในเกมเมื่อกลางสัปดาห์ที่กลุ่มชาติอังกฤษสามารถเอาชนะออสเตรียไปได้ 1-0 จากแนวทางการทำประตูของ บูกาโย ซาก้าในเกมดังที่กล่าวถึงมาแล้ว เทรนท์ ได้รับบาดเจ็บกระทั่งจะต้องถูกหิ้วออกนอกสนาม โดย เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลสิงโตขู่คำรามได้ให้สัมภาษณ์ข้างหลังจบเกมว่า เขาหวังว่าอาการของจอมบุก หงส์แดง จะไม่ยิ่งนักอย่างที่คิด

แต่รายงานปัจจุบันจาก พอล จ๊อยซ์ นักข่าวโด่งดังจาก เดอะไทมส์ ระบุเอาไว้ภายในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า แบ็คขวา ลิเวอร์พูล จะต้องพลาดการลงเล่นในศึก ยูโร ให้กับกลุ่มชาติอังกฤษแล้วข้างหลังได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก”เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ของ หงส์แดง จะพลาดการลงเล่น ยูโร ให้กับกลุ่มชาติอังกฤษ ผลสแกนได้ทำให้เห็นว่า มีลักษณะอาการบาดเจ็บที่ต้นขาซึ่งจะทำให้เขาจะต้องพักประมาณ 6 สัปดาห์”รายงานจาก เดอะไทมส์ ยังกล่าวว่า อาร์โนลด์ ได้เก็บของออกมาจากแค้มป์เก็บเนื้อเก็บตัวของกลุ่มสิงโตขู่คำรามแล้ว และ เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต กำลังพิเคราะห์ดึงนักฟุตบอลที่ถูกตัดชื่ออกไปเข้ามาแทนที่ โดยมี เจมส์ วอร์ด-แพรวพราวส์ และ เจสซี ลินการ์ด เป็น 2 ตัวเลือกที่มีสิทธิ์มากที่สุดขณะนี้

เอาไปเพราะอะไร?! “ริโอ” ชี้ “แม็คไกวร์” ควรถูกตัดชื่อจากทัพสิงโตชุดลุยยูโร 2020

ริโอ เฟอร์ดินานด์ สมัยก่อนปราการหลังทีมชาติอังกฤษ บ่งชัดว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต ไม่สมควรใส่ชื่อ แฮร์รี แม็คไกวร์ อยู่ในทีมชุดสู้ศึกยูโร 2020 โดยเห็นว่าร่างกายนักเตะยังฟิตไม่สมบูรณ์https://www.ultimate-guitar.com/u/lovepoker168

“อังกฤษต้องการเซ็นเตอร์แบ็กคนอื่น สิ่งนี้บอกกับผมว่า เขา (เซาธ์เกต) จะเล่นแบ็ก 3 คนอย่างแน่นอน แฮร์รี แม็คไกวร์ ยังไม่ฟิตด้วย เป็นผมน่าจะไม่เอาแม็คไกวร์ไป คุณไม่ฟิต รวมทั้งอีกเป็นเวลานานกว่าจะฟิต มันไม่สมเหตุสมผลเลย”

“ผมอยู่ในทีมกับผู้เล่นที่ไม่ฟิตรวมทั้งพวกเขาเล่นไม่ออกเมื่อไม่ได้มั่นใจในตัวเอง มันเคยเกิดขึ้นกับเบ็คส์ เดวิด เบ็คแฮม รวมทั้งวาซซ่า (เวย์น รูนีย์) มาแล้ว”

“โดยเบื้องต้นของแม็คไกวร์ เขาไม่ใช่เบ็คส์หรือวาซซ่า ผมไม่คิดว่าคุณควรจะเอาคนที่ไม่ฟิต 100% ไปด้วย มันยากที่จะกลับมารวมทั้งปรับพฤติกรรมเข้ากับจังหวะการเล่น”

สำหรับรายนาม 26 นักเตะทีมชาติอังกฤษชุดฝ่ายูโร 2020 ที่ถูกประกาศออกมาแล้ว มีดังนี้

ผู้เฝ้าประตู : ดีน เฮนเดอร์สัน, แซม จอห์นสตัน, จอร์แดน พิกฟอร์ด

แผงหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เบน ชิลเวลล์, คอเนอร์ เคาดี, รีซ เจมส์, แฮร์รี แม็คไกวร์, ไทโรน ไม่งส์, ลุค ชอว์, จอห์น สโตนส์, คีแรน ทริปเปียร์, ไคล์ วอล์คเกอร์

มิดฟิลด์ : จูด เบลลิงแฮม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เมสัน เมาต์, แคลวิน ฟิลลิปส์, ดีแคลน ไรซ์

กองหน้า : โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน, ฟิล โฟเดน, แจ็ค กรีลิช, แฮร์รี เคน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, บูคาโย ซากา, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง

OFFICIAL! “กุน อเกวโร” เปิดตัวกับ บาร์เซโลนา พร้อมค่าฉีกข้อตกลง 100 ล้านยูโร

เซร์คิโอ อเกวโร หัวหอกวัย 32 ปีทีมชาติประเทศอาร์เจนตินา จัดแจงเปิดตัวกับสังกัดเดิมใหม่ บาร์เซโลนา เป็นที่เรียบร้อย โดยเซ็นสัญญาจนกระทั่งปี 2023 พร้อมค่าฉีกคำสัญญาค่า 100 ล้านยูโร หรือ 86 ล้านปอนด์ด้วยกันhttps://loop.frontiersin.org/people/1336088/bio

ufa

หลังจากเจ้าตัวอกหักกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กุน ก็เก็บกระเป๋าบินมายังสเปน เพื่อตรวจร่างกายและเซ็นสัญญากับสังกัดเดิมใหม่ทันทีในวันถัดมา

โดยเจ้าตัวหมดสัญญากับ เรือใบสีฟ้า หลังจากค้าลำแข้งในถิ่น เอว่ากล่าวฮัด สเตเดี้ยม มายาวนานมากกว่า 10 ปี ทำสถิติเป็นนักเตะฝรั่งที่ทำประตูสูงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก พาทีมเป็นแชมป์ลีก 5 ยุค เอฟเอ คัพ 1 ยุค และ ลีกคัพอีก 6 ยุคทำเป็น 260 ประตูจาก 390 เกมรวมทุกรายการ

น่าเสียดายที่ฤดูกาลท้ายที่สุดเจ้าตัวจำต้องประสบเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอย่างมากจนกระทั่งแทบจะไม่มีช่องทางลงในสนามจนถึงช่วงท้ายฤดูกาล แถมยังส่งท้ายด้วยแนวทางการทำได้เพียงรองแชมป์หลังจาก แมนฯ ซิตี้ ปราชัยต่อ เชลซี ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กลับเล้าไก่? สื่อโหม “โปเช็ตติโน” ยื่นจดหมายลาเก้าอี้นายใหญ่เปแอสเช

สื่อดังของประเทศอังกฤษหลายราย ออกมาตีข่าวว่า เมาริซิโอ โปเชตติโน ยื่นใบลาออกให้แก่บอร์ดบริหารของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แล้ว เพราะเหตุว่าปราศจากความสุขสำหรับเพื่อการทำทีมwww.patreon.com


ผู้ฝึกสอนชาวอาร์เจนไตน์เพิ่งเข้ามาคุมกองทัพเปแอสเชเมื่อช่วงครึ่งฤดูข้างหลังก่อนหน้านี้ ก่อนพาทีมจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ลีกเอิง แต่สามารถคว้าชัยชนะเฟร้นช์ คัพ และก็ โทรฟี เดส์ ชัมปิยองส์ มาได้ โดยในช่วงฤดูกาลนี้ “เพียงพอช” คุมทีมไปทั้งหมด 34 เกม ชนะ23 เสมอ 4 และก็แพ้ 7

อิงรายงานของ เดอะ ซัน บอกว่า ผู้จัดการทีมวัย 49 ปี ได้กระทำแจ้งไปยังชมรมเพื่อที่จะยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเฮดโคชของทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งทางชมรมดังของประเทศฝรั่งเศสก็กำลังตกลงใจว่าจะทำตามไรถัดไปดี

ทั้งนี้ โปเช็ตติโน เคยตกเป็นข่าวว่ามีความขัดแย้งกับ เลโอนาร์โด ผู้อำนวยการข้างกีฬาของทีม กรณีตระเตรียมจะปลดปล่อย คีเลียน เอ็มบัปเป ลำแข้งตัวเก่งออกไปให้ เรอัล มาดริด และไม่พอใจลิสต์แนวรุกที่จะซื้อมาเป็นผู้แทน

ฟันธงสกอร์ & เฉือนแบบ “หมัดต่อหมัด” ก่อนเกม แมนฯ ซิตี้ VS เชลซี

ทีมเป๊ปมองเหนือกว่าถ้าไม่ “อินดี้”

ทุกคนคงพอจะทราบดีอยู่แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุคนี้ไร้เทียมทานขนาดไหน ด้วยเหตุว่ามีทั้งยังเกมรุกรวมทั้งรับที่ดุดันแน่ๆ ถ้าพวกเขาได้เล่นตามเกมที่ถนัดอาจจะยากที่คนใดกันแน่จะยับยั้งได้ในชั่วโมงนี้www.crunchyroll.com

แต่อย่างไรก็ตาม แฟนเรือใบก็คงพอจะรู้ดีอีกด้วยเหมือนกัน ว่าฟอร์มที่เห็นว่าดีๆอยู่นั้น วันดีคืนดีนายใหญ่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ก็ชอบคิดแผนใหม่ออกมาทดลองใช้ในเกมสำคัญๆเสียอย่างงั้น รวมทั้งหลายครั้งที่มันออกมา “ไม่เวิร์ก” https://disqus.com/by/lovepoker168/ตามที่คาด

อาทิเช่นในเกมลีกที่ทั้งสองพบกันก่อนหน้านี้ที่จัดแผนอินดี้เล่นข้างหลัง 3 ใช้วิงแบ็ก พร้อมส่งตัวรุกลงมาพร้อมกันถึง 4 คน รวมทั้งแน่ๆยังมีอีกหลายนัดในอดีตที่ทดลองแล้ว “เสียหาย” จนถึงขั้นตกรอบก็เคยมีให้มองเห็นมาแล้ว

ก็อาจจะจะต้องลุ้นกันว่าเกมนัดชิงแชมป์นี้ ผู้จัดการทีมเลือดวัวกระทิงดุจะหาอะไรใหม่ๆมาเซอร์ไพรส์แฟนๆให้มึนกันก่อนเกมอีกหรือเปล่าในคืนวันเสาร์นี้

สิงห์บลูส์กับฟอร์มระยะหลังที่ไม่น่าไว้วางใจ

ถึงแม้ว่าการมาของ โธมัส ทูเคิล จะสามารถพลิกฟื้นให้สิงห์บลูส์เปลี่ยนไปมาเป็นทีมที่หนักแน่นขึ้นอย่างทันตาเห็นในตอนครึ่งปีข้างหลัง จนกระทั่งคว้าอันดับ 4 มาครอบครองได้พร้อมทั้งเข้าชิงบอลถ้วยถึง 2 รายการร่วมกัน

แต่ดูเหมือนว่าผลงานของพวกเขาจะไม่สามารถที่จะติดลมบนไปได้จนถึงจุดหมายปลายทาง ด้วยเหตุว่าระยะหลังที่เป็นตอนชี้เป็นชี้ตายของฤดูกาล ผลงานของพวกเขากลับดร็อปลงอย่างน่าตกใจ แพ้ 3 จาก 4 เกมหลังสุด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเกมรอบชิงแชมป์ เอฟเอ คัพ ที่ปราชัยต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 เมื่อสองอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แถมปัจจุบันยังแพ้ต่อ แอสตัน วิลลา 1-2 ในเกมปิดฤดูกาลที่ต้องการ 3 คะแนนแบบสุดๆอีกต่างหาก

ซึ่งฟอร์มที่ตกลงไปดังที่กล่าวถึงแล้วมันย่อมมีผลถึงความมั่นใจต่อทั้งยังแฟนบอลรวมทั้งนักฟุตบอลไม่มากมายก็น้อยอย่างแน่นอน จากที่จะได้ลงเล่นด้วยความฮึกเหิมอย่างเต็มเปี่ยม เปลี่ยนไปเป็นจะต้องจัดการกับแรงกดดันมหาศาลทั้งยังจากในเกมพร้อมทั้งผลงานที่ทรุดโทรมในตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาพร้อมเพียงกันนั่นเอง

สถิติที่น่าสนใจแบบ “หมัดต่อหมัด” ในยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้

เกมรุก
ปริมาณประตูในฤดูกาลนี้ : แมนฯ ซิตี้ – 25 / เชลซี – 22
ได้จากจุดลูกโทษ : แมนฯ ซิตี้ – 2 / เชลซี – 5
ยิงได้จากในกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 19 / เชลซี – 22
ยิงได้จากนอกกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 6 / เชลซี – 0
ยิงได้จากลูกโหม่ง : แมนฯ ซิตี้ – 1 / เชลซี – 3
ปริมาณครั้งที่ยิงทั้งหมดทั้งปวง : แมนฯ ซิตี้ – 123 / เชลซี – 104
ยิงตรงกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 73 / เชลซี – 56
ยิงชนเสา-คาน : แมนฯ ซิตี้ – 6 / เชลซี – 4
ปริมาณครั้งที่จ่ายบอล : แมนฯ ซิตี้ – 8,290 / เชลซี – 6,561
ปริมาณครั้งที่จ่ายบอลเสร็จ : แมนฯ ซิตี้ – 7,453 / เชลซี – 5,584
อัตราการผ่านบอลเสร็จ : แมนฯ ซิตี้ – 89.9% / เชลซี – 85.1%

เกมรับ
ปริมาณประตูที่เสีย : แมนฯ ซิตี้ – 4 / เชลซี – 4
คลีนชีท : แมนฯ ซิตี้ – 8 / เชลซี – 8
เสียประตูจากในกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 4 / เชลซี – 4
เสียประตูจากนอกกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 0 / เชลซี – 0
บล็อคลูกยิง : แมนฯ ซิตี้ – 25 / เชลซี – 38
เข้าสะกัด : แมนฯ ซิตี้ – 111 / เชลซี – 137
ใบเหลือง : แมนฯ ซิตี้ – 16 / เชลซี – 19
ใบแดง : แมนฯ ซิตี้ – 0 / เชลซี – 0
คาดเดารูปเกม

สำหรับรูปเกม คาดว่าทั้งคู่ทีมจะเปิดเกมบุกในสไตล์ของตนเข้าใส่กัน แต่บางครั้งก็อาจจะเล่นกันออกจะรัดกุมในขั้นแรก มีช่วงเวลาที่สลับกันรุกสลับกันรับ ความผิดพลาดเพียงแค่ครั้งเดียวสามารถตัดสินผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันได้ แถมยังที่ยากจะคาดการณ์ว่าแต่ละข้างจะมีทีเด็ดอะไรที่เก็บหลบซ่อนเอาไว้ ด้วยเหตุว่าอย่างที่รู้ๆกันดีอยู่แล้ว เรือใบสีฟ้ามีเกมบุกที่ดีเยี่ยมที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป ณ ในช่วงเวลานี้ แต่สิงห์บลูส์เองก็มีแนวรับที่หนักแน่นลำดับหนึ่งของทวีปสิ่งเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ขึ้นกับการแก้หมากของกุนซือทั้งสองฝ่ายว่าจะทำเป็นตรงจุดขนาดไหน แถมได้โอกาสสูงที่เกมจะลากยาวไปถึงดวลจุดลูกโทษตัดสินอีกด้วย

คาดเดาสกอร์ : แมนฯ ซิตี้ 1-1 เชลซี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะจุดลูกโทษไปได้)